บรูไน(Brunei)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บรูไน

บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)


ประวัติความเป็นมา


บรูไนเป็นที่รู้จักและมีอำนาจมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยมีอาณาเขตครอบครองส่วนใหญ่ของเกาะบอร์เนียวและส่วนหนึ่งของหมู่เกาะซูลู มีชื่อเสียงทางการค้า สินค้าส่งออกที่สำคัญในสมัยนั้น ได้แก่ การบูร พริกไทย และทองคำหลังจากนั้นบรูไนเสียดินแดนและเสื่อมอำนาจลงเนื่องจากสเปน และเนเธอร์แลนด์ได้แผ่อำนาจเข้ามาจนถึงสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในปี พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) ด้วยความวิตกว่าจะต้องเสียดินแดนต่อไปอีก บรูไนจึงได้ยินยอมเข้าอยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษ และต่อมาในปี พ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) บรูไนได้ลงนามในสนธิสัญญายินยอมอยู่เป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษอย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) บรูไนสำรวจพบน้ำมันและแก๊สธรรมชาติที่เมืองเซรีอา ทำให้บรูไนมีฐานะมั่งคั่งในเวลาต่อมาในปี พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) ได้มีการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคประชาชนบอร์เนียว (Borneo People’s Party) ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น แต่ถูกกีดกันไม่ให้จัดตั้งรัฐบาล ต่อมาจึงได้ยึดอำนาจจากสุลต่าน แต่สุลต่านทรงได้รับความช่วยเหลือจากกองทหารกูรข่าที่กองทัพบกอังกฤษส่งมาจากสิงคโปร์ หลังจากนั้นได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และต่ออายุทุก ๆ 2 ปี เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากที่อยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษมาถึง 95 ปี บรูไนก็ได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984)

การแต่งกายประเทศ บรูไน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ชุดประจำชาติของบรูไนคล้ายกับชุดประจำชาติของผู้ชายประเทศมาเลเซีย เรียกว่า บาจู มลายู  ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า บาจูกุรุง (Baju Kurung) แต่ผู้หญิงบรูไนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส
 โดยมากมักจะเป็นเสื้อผ้าที่คลุมร่างกาย   ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่วนผู้ชายจะแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว  ตัวเสื้อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกง  ขายาวแล้วนุ่งโสร่ง เป็นการสะท้อนวัฒนธรรมสังคม  แบบอนุรักษ์นิยมเพราะบรูไนเป็นประเทศมุสสิม จึงต้องแต่งกายมิดชิดและสุภาพเรียบร้อย

 
สถานที่ท่องเที่ยวบรูไน

10 ที่เที่ยวบรูไน

1. พิพิธภัณฑ์รอยัลเรกกาเลีย (Royal Regalia Museum)

 พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงเลยสำหรับพิพิธภัณฑ์รอยัลเรกกาเลีย ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบันดาร์ เสรี เบกาวัน เพราะเป็นที่ซึ่งรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของสุลต่านองค์ปัจจุบัน ทั้งฉลองพระองค์, เครื่องทรงทองคำ, อาวุธ และเครื่องราชบรรณาการจากประเทศต่าง ๆ ที่มีความวิจิตรงดงาม เช่น คริสตัล หยก งาช้าง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีพระที่นั่งแบบจำลองให้ได้ชมกันด้วย สำหรับส่วนที่เป็นไฮไลท์ ได้แก่ ห้องเล็ก ๆ ที่จำลองขบวนพาเหรดและการตกแต่งอันสวยงาม เนื่องในวโรกาสฉลองครบรอบ 25 ปี การครองราชย์ขององค์สุลต่านนั่นเองค่ะ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายใน ใครที่พกกล้องไปจะต้องฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ด้านนอกเท่านั้นค่ะ
10 ที่เที่ยวบรูไน

2. มัสยิดทองคำ (Jame Ar' Hassanil Bolkiah Mosque)

มัสยิดทองคำ Jame Ar' Hassanil Bolkiah Mosque ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1988 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1994 เพื่อเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงถึงการครองราชย์ครบ 25 ปี ขององค์สุลต่าน และมัสยิดแห่งนี้ยังยิ่งใหญ่และอลังการที่สุดในประเทศบรูไนด้วย จุดเด่นของมัสยิดทองคำคือหลังคาสีฟ้าน้ำทะเลที่มีโดมทองขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ด้านหน้าของตัวมัสยิดนั้นจะมีสระน้ำอยู่ ซึ่งดูคล้ายกับทัชมาฮาลในประเทศอินเดียทีเดียว

10 ที่เที่ยวบรูไน

3. หมู่บ้านกัมปงไอเยอร์ (Kampong Ayer)

ถือเป็นความเรียบง่ายที่น่าหลงใหลสำหรับหมู่บ้านกลางน้ำกัมปงไอเยอร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำบรูไน โดยจะมีการแบ่งเป็นหมู่บ้านย่อย ๆ อีกกว่า 42 หมู่บ้าน และมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 30,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละหมู่บ้านนั้นเชื่อมต่อกันหมดด้วยทางเดินที่ทอดยาวกว่าเกือบสามสิบกิโลเมตร บริเวณหมู่บ้านยังประกอบไปด้วยโรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร มัสยิด ฯลฯ และอาชีพหลักของคนในหมู่บ้านคือการประมงและการเลี้ยงสัตว์ 

อาหารประเทศบรูไน


1.อัมบูยัต (Ambuyat)

อัมบูยัต (Ambuyat) เป็นอาหารยอดนิยมของบรูไน มีลักษณะเด่นอยู่ที่ตัวแป้งจะเหนียวข้นคล้ายข้าวต้ม หรือโจ๊ก โดยมีแป้งสาคูเป็นส่วนผสมหลัก ตัวแป้งอัมบูยัตเอง ไม่มีรสชาติ แต่ความอร่อยจะอยู่ที่การจิ้มกับซอสผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงอีก 2-3 ชนิด เช่น ผักสด เนื้อห่อใบตองย่าง หรือเนื้อทอด  ทั้งนี้ การรับประทานอัมบูยัตให้ได้รสชาติ ต้องรับประทานตอนร้อน ๆ จึงจะดีที่สุด 


2.อูดัง ซัมบัล เซอไร เบอร์ซันตัน (Udang Sambal Serai Bersantan)

อูดัง ซัมบัล เซอไร เบอร์ซันตัน (Udang Sambal Serai Bersantan) เป็นอารประจำชาติของประเทศบรูไน เป็นพริกแกงกุ้งตะไคร้ใส่กะทิ ลักษณะคล้ายอาหารจำพวกแกงกะหรี่ วิธีทำคือบุบกระเทียมแล้วลงไปเจียวกับหอมหัวใหญ่ ตามด้วยเครื่องแกงกับตะไคร้สับละเอียด จากนั้นใส่กุ้งกุลาดำ พริก เพิ่มรสชาติด้วยเกลือกับน้ำตาล ผัดจนกุ้งเปลี่ยนเป็นสีชมพู เสร็จแล้ว ราดกะทิ เคี่ยวจนข้น แล้วรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ 


3.เกอตูปัต’ (Ketupat)

เกอตูปัต’ (Ketupat) ข้าวห่อด้วยใบมะพร้าวที่นำมาสานเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม ถือเป็นวัฒนธรรมการกินที่แสดงออกถึงความละเอียดประณีต และภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวบรูไนมักกินข้าวกับ ‘เรนดัง’ (Rendang) แกงเนื้อรสเข้มข้นที่แพร่หลายไปทั่วประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ รวมทั้งภาคใต้ของ ประเทศไทย และจากความอร่อยของเรนดังส่งผลให้เมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างยอมรับว่ามันเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก โค่นแชมป์เก่าอย่างแกงมัสมั่นของไทยลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ


4.เรินดังเนื้อ 

เรินดังเนื้อ เป็นแกงเนื้อที่มีหน้าตาคล้ายพะแนงเนื้อของไทย ต่างกันเล็กน้อยตรงส่วนผสมของพริกแกง ซึ่งของบรูไนจะผสมแคนเดิ้ลนัทไปด้วย จึงดูเข้มข้มมากกว่า เป็นอาหารที่สามารถทานได้ทุกมื้อ มักจะเสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวยและรับประทานกับเครื่องเคียงต่างๆ เช่น ใบมันสำปะหลังลวก ผักบุ้งลวก เป็นต้นนาซิ เลอมัก เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากมาเลเซีย ทำจากข้าวหุงกับกะทิและใบเตย รับประทานคู่กับไก่ทอด หรือแกงกะหรี่ไก่ พร้อมเครื่องเคียงต่างๆ เลอมัก แบบดั้งเดิมจะห่อด้วยใบตองและนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น