ประเทศกัมพูชา (Cambodia)
ประวัติความเป็นมา
ประวัติศาสตร์กัมพูชา เริ่มตั้งแต่ยุคของอาณาจักรฟูนัน อาณาจักรเจนละ พัฒนามาสู่ยุคเมืองพระนคร ซึ่งมีความยิ่งใหญ่จนสามารถสร้างนครวัด นครธม เป็นศูนย์กลางของอาณาจักร จนกระทั่งพ่ายแพ้แก่อยุธยากลายเป็นรัฐบรรณาการของอยุธยา จนเมื่อฝรั่งเศสเข้ามามีอำนาจในอินโดจีน กัมพูชากลายเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส และเป็นรัฐในอารักขาของญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสิ้นสุดสงครามโลก กัมพูชาได้เป็นประเทศเอกราช แต่เกิดความสับสนวุ่นวายภายในประเทศเนื่องจากความขัดแย้งภายใน ประเทศตกอยู่ภายใต้การปกครองของเขมรแดงอยู่ระยะหนึ่ง จนกองกำลังของเฮงสัมรินที่มีเวียดนามหนุนหลังเข้ามาขับไล่เขมรแดงออกไป และการเข้ามาไกล่เกลี่ยของสหประชาชาติ เพื่อยุติสงครามกลางเมือง
การแต่งกายกัมพูชา
เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับไทยมาก่อน จึงมีลักษณะศิลปะเหมือนกับไทย เช่น ที่จังหวัด สุโขทัยมีศิลปะสมัยขอมอยู่มาก เช่น การทำตะกร้าหวาย เครื่องจักสาน เครื่องไม้ เครื่องเงิน ทองแดง ทอผ้าพื้น เมืองเรียกผ้าซัมปอต และผ้าปูม คนไทยสมัยนี้ก็ยังนิยมอยู่ การแต่งกายของชาวกัมพูชาจะนุ่งผ้าซัมปอต (Sompot) เป็นผ้าทอมือ ถือว่าเป็นการ แต่งกายประจำชาติ สำหรับข้าราชการผู้ใหญ่จะนุ่งผ้าโฮลกับเสื้อมีกระดุมสีทอง ในงานพิธีจะนุ่ง ผ้าโจงกระเบน เวลาไปวัดจะนุ่งผ้าม่วง
สถานที่ท่องเที่ยวกัมพูชา
1.พระราชวังหลวงพนมเปญ
ตั้งอยู่ในเมืองพนมเปญ อยู่บนถนน โซะเทียะรึต ทางตอนใต้ของ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สร้างขึ้นตามรูปแบบศิลปะเขมรโดยความช่วยเหลือของฝรั่งเศสในปี 1866 เป็นที่ประทับของเจ้านโรดมสีหนุ นับที่ท่านเสด็จกลับคืนสู่กรุงพนมเปญในปี 1992 ในวังนี้เปิดให้เข้าชมเช่นเขตที่ประทับ ในด้านตะวันตกเฉียงเหนือของพระราชวังหลวงเป็นที่ประทับของสมเด็จสีหนุ ส่วนด้านใต้ของพระราชวังหลวง มีหมู่อาคารพระคลังหลวง และที่นั่งโภชนีโสภา สำหรับพระราชทานเลี้ยง พระราชวังหลวงกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ชื่อเดิมในภาษากัมพูชา คือ “เปรี๊ยะบรมเรียเซียแวงจักตุบุข” กษัตริย์กัมพูชา ประทับเมื่อสร้างเสร็จในปี 2409 และเมืองนี้ถูกทอดทิ้งร้าง ตอนที่เขมรแดงขึ้นครองอำนาจ พระนโรดม ได้ย้ายเมืองหลวงจากอุดงมีชัย มายังพนมเปญ ในศตวรรษที่ 19 พระราชวังนี้อยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ 4 สาย ของแม่น้ำโขง เรียก “จตุมุข” หันหน้าเข้าไปทางทิศตะวันตก อาคารสิ่งก่อสร้างคือ พระที่นั่งจันทฉายา ใช้เป็นที่ทอดพระเนตรชมขบวนแห่และชมนาฏศิลป์หลวงพระที่นั่งเทวาวินิจฉัย (ท้องพระโรง) เป็นสถานที่กษัตริย์ใช้ว่าราชการ
2. นครวัด Angkor wat
นครวัดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลกมีขนาด 200,000 ตารางเมตร สูง 60 เมตร การก่อสร้างใช้แรงงานคนขนหินทรายจากเขา พนมกุเลน มาสร้างและเดินทางด้วยเท้าไกลถึง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาสร้าง รวม 100 ปี โดยช่างแกะสลัก 5000 คน กำแพงรอบนอกตัวปราสาทแกะสลักงดงาม บรรยายเกี่ยวกับเรื่องรามายณะ และที่แห่งนี้เป็นที่สะท้อนถึงความทะเยอทยานของมนุษย์ ที่มีความศรัทธาแรงกล้าต่อเทพเจ้า เวลาขึ้นชมจะเป็นช่วงสี่โมงเย็นเพื่อไปรอพระอาทิตย์ตกดิน เห็นเป็นแสงทองส่องระยิบระยับเหลืองอร่ามน่าตื่นตาตื่นใจ แก่นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพไว้ดูในนครวัดยังมีปราสาทหินทรายสีชมพู อยู่ห่างเมืองเสียมเรียบ 30 กิโลเมตร เป็นศิลปะการแกะสลักเล่าเรื่องรามเกียรติ์ ตำนานมหาภารตะของอินเดียงดงามอ่อนช้อยเลยทีเดียว และถูกขนานนามว่าเป็นปราสาทแห่งความรัก มาเที่ยวที่นี้ต้องเตรียมอาหาร น้ำ มาด้วยเพราะแม่ค้านำมาขายแพงมาก คนนิยมมาถ่ายรูป มีต้นไม้ยักษ์ปกคลุมรอบปราสาทเพื่อไม่ให้พังทลาย และโด่งดังเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง ทูมไรเดอร์ เจมส์บอนด์ และอีกหลายๆเรื่อง ภาพแกะสลักพระพักตร์เป็นหน้าของพระโพธิสัตว์อวโรกิเตศวรงดงามจริงๆเลย

3. ปราสาทบายน
สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างด้วยทรายสีขาวโดดเด่นต่างจากปราสาทที่อื่น มีการแกะสลักพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโรกิเตศวรจำนวนถึง 216 หน้า มีความบ่งบอกถึงรอยยิ้มที่มีความเมตตา ถ่ายทอดเรื่องราวภาพบนกำแพงผนังของการสู้รบชีวิตความเป็นอยู่ของกษัตริย์ และชาวบ้านในยุคนั้น เป็นสถานที่ที่เข้าไปแล้วรู้สึกขนหัวลุกเพราะรู้สึกว่ามีสายตาจับจ้องเราอยู่ทุกขณะตลอดเวลาที่อยู่ในปราสาทแห่งนี้
อาหารประเทศกัมพูชา
1.อาม็อก (Amok)
อาหารยอดนิยมของกัมพูชา ลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย โดยมากแล้วนิยมปรุงเนื้อปลาลวกด้วยพริกเครื่องแกงและกะทิ แล้วทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง บางตำรับอาจใช้เนื้อไก่หรือ
หอยแทน สาเหตุหนึ่งที่คนในประเทศนี้นิยมรับประทานปลา เพราะเป็นอาหารที่หาได้ง่าย เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง
2. กุยเตียว (គុយទាវ)
ในภาษาเขมร กุยเตียวหมายถึงจานและเส้นก๋วยเตี๋ยวตียวที่ทำจากข้าว อาหารชนิดที่เป็นก๋วยเตี๋ยวใส่น้ำซุปหมู เป็นอาหารเข้าที่เป็นที่นิยมในกัมพูชา ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน กินกับผักกาดหอม ถั่วงอก พริกไทยดำ น้ำมะนาว กระเทียมเจียว กุยเตียวในแต่ละบริเวณมีความแตกต่างกัน โดยต่างที่องค์ประกอบของน้ำซุปหรือสิ่งที่ใส่ลงในกุยเตียว กุยเตียวแบบพนมเปญเป็นที่นิยมแพร่หลาย โดยส่วนประกอบในกุยเตียวจะมีเนื้อหมู หมูสับ เลือดหมูก้อน เครื่องในหมู เช่น ลำไส้ หัวใจ ตับ ปอด เป็ดย่าง กุ้งน้ำจืด ลูกชิ้นปลา หมึก กุยเตียวสมัยใหม่จะมีที่ใส่ไก่ เนื้อวัวหรืออาหารทะเล
3.ฬกฬัก [ลก-ลัก] (เขมร: ឡុកឡាក់)
หรือ บ่อลุกลัก (เวียดนาม: bò lúc lắc) เป็นอาหารที่ทำจากเนื้อวัวซึ่งได้รับอิทธิพลจากอาหารฝรั่งเศส โดยลักษณะของอาหารนี้ในเวียดนามและกัมพูชาต่างกันเล็กน้อย ในเวียดนามจะหั่นเนื้อวัวเป็นลูกเต๋า หมักกับกระเทียม น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วดำ น้ำมันหอย นำไปผัดให้สุกด้วยไฟแรง นิยมกินกับผักน้ำ ผักกาดหอม หอมดอง กระเทียมดอง และข้าวผัดซอสมะเขือเทศ ส่วนในกัมพูชาจะแล่เนื้อวัวให้เป็นชิ้นบาง ๆ ผัดกับซอสมะเขือเทศและหอมใหญ่กับกับข้าวและกระเทียมดอง
4.เพลียะห์ซัจโก (ភ្លាសាច់គោ)
เป็นสลัดเนื้อวัว ที่กินกับน้ำมะนาวและปลาร้า ใส่หัวหอม ถั่วลิสงอบ ใบสะระแหน่ โหระพา เป็นอาหารที่นิยมในงานแต่งงานและงานฉลองโอกาสอื่น ๆ






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น